วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โครงงาน เรื่อง Water Cleaning Machine






ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำโครงงาน

1.นำไปใช้กับการบำบัดน้ำเสียในโรงเรียนให้สะอาดมากยิ่งขึ้น
2.ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3.ทำให้รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม
4.ได้รู้ถึงประโยชน์และวิธีใช้งาน Water Cleaning Machine
5.ได้ฝึกทักษะในการทำโครงงาน




วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558

คำศัพท์เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property)


1.Patent

- สิทธิบัตร

2.Ministry of Commerce

- กระทรวงพาณิชย์

3.Ministry of Education

- กระทรวงศึกษาธิการ

4.Ministry of science and technology
- กระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

5.Ministry of information and Communication Technology


- กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

6.Trade Secrets

- ความลับทางการค้า

7.The general public

- ประชาชนทั่วไป

8.Copyright

- ลิขสิทธิ์

9.Trademark

- เครื่องหมายการค้า

10.Disc Production

- การผลิตผลิตภัณฑ์ซีดี

11.Certification mark

- เครื่องหมายรับรอง

12.Advertising

- โฆษณา

13.The draft of wisdom

- ร่าง ของภูมิปัญญา

14.Layout Designs of Integrated Circuits

- รูปแบบของ การออกแบบ วงจรรวม

15.Piracy

- การละเมิดลิขสิทธิ์

16.The Department of Information Technology

- กระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศ

17.Machinery

- เครื่องจักร

18.Manufacturing

- การผลิต

19.Imprisonment

- การจำคุก

20.Mathematical Symbols

- สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สรุปขั้นตอนการแนบไฟล์ใส่บล็อค

สรุปขั้นตอนดังนี้

1.สร้างไฟล์งานที่ต้องการโดยการเซฟไฟล์เป็น PDF

2.นำไฟล์งานที่ทำนั้น ไปแปลงไฟล์เป็นไฟล์ PDF โดนการดาวน์โหลดจากเว็บ http://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=7

3.นำไฟล์ที่ถูกแปลงเป็น PDF และไฟล์ word นั้นนำไปใส่ที่เว็บ Slideshare


4.สมัครโปรไฟล์ในเว็บ Slideshare





5.นำไฟล์ที่แปลงเป็น PDF และไฟล์ word นำมาอัพโหลดในเว็บ Slideshare

6.โดยไปที่ Publish แล้วกดอัพโหลด (เลือกเป็น Public)

7.แล้วกดค้นหาไฟล์ที่จะนำมาอัพโหลด

8.รอจนอัพโหลดไฟล์จนเสร็จสิ้น ซึ่งสามารถตั้งชื่อไฟล์ได้

9.เมื่ออัพโหลดเสร็จแล้วก็นำ HTML ของไฟล์มาใส่ลงในบล็อคโดยการกดสร้างโพสต์ใหม่ (สัญลักษณ์เป็นรูปปากกา)

10.เปลี่ยนหัวจาก "เขียน" มาเป็น "HTML" จากนั้นก็นำ HTML จากไฟล์ใน slideshare มาลงในโพสต์



วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 3

เรื่อง Web Browser (Google Chrome)


กูเกิล โครม (อังกฤษ: Google Chrome) เป็นซอฟต์แวร์เว็บเบราว์เซอร์แบบโอเพนซอร์ซ พัฒนาโดยกูเกิล ใช้เว็บคิตเป็นเรนเดอริงเอนจินสำหรับวาดหน้าจอ และนำบางส่วนจากเว็บเบราว์เซอร์ไฟร์ฟอกซ์มาพัฒนาต่อ

โครมมีให้ดาวน์โหลดเพื่อทดสอบใช้งานสำหรับวินโดวส์ และมีภาษาที่ให้ใช้ได้มากกว่า 50 ภาษารวมถึงภาษาไทย รุ่นสำหรับ แมคโอเอส และ ลินุกซ์ นั้นกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะเปิดให้ทดสอบในอนาคต


รูปแบบ

รุ่นทดสอบ 0.2 ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เน้นการจัดการหน่วยความจำเพื่อรักษาประสิทธิภาพด้านความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ และสิ่งที่แตกต่างจาก ไออี 8 อย่างหน้าตาโปรแกรมให้ใช้งานสะดวกมีการปรับให้แท็บย้ายไปอยู่เหนือแอดเดรสบาร์ (address bar) และการฝังระบบบริการจากกูเกิลและค่ายอื่นลงไป เหมือนกับไฟร์ฟอกซ์ (Firefox) และไออี 8 (IE 8) และยังมีการแสดงรายชื่อมัลแวร์ (malware) หรือซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย เพื่อเตือนผู้ใช้ และลูกเล่นอื่น ๆ
ความสามารถ
V8 JavaScript engine - ตัวประมวลผลจาวาสคริปต์ ซึ่งสามารถทำงานได้เร็วกว่าจาวาสคริปต์เอนจินของเว็บเบราว์เซอร์ตัวอื่น พัฒนาโดยกูเกิลเดนมาร์ก โดยมี ลารส์ บัก เป็นวิศวกรหลัก
incognito mode (โหมดไม่ระบุตัวตน) - เล่นเว็บโดยไม่แสดงข้อมูลส่วนตัว โดยเมื่อปิดเบราว์เซอร์ โปรแกรมจะลบข้อมูลส่วนตัวในหน้าเว็บที่เข้าชมออก ไม่เก็บไว้ในระบบ
คำวิจารณ์

ตั้งแต่กูเกิล โครมออกมามีการถกเถียงถึงประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงานอย่างกว้างขวางในหลายมุมมอง โดยนิวยอร์กไทมส์ และ Wall Street Journal  กล่าวว่าเป็นเบราว์เซอร์ที่ดูสะอาดตา ดาวโหลดมาใช้ได้ง่าย มีระบบที่รักษาความปลอดภัยที่ดี มีความเร็วในการใช้งานมากกว่า อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ แต่ยังช้ากว่า ไฟร์ฟอกซ์ และ ซาฟารี ในขณะที่ทางซีเน็ต และเว็บไซต์ FOX NEWS  ได้แสดงผลลัพธ์ว่าโครมเร็วกว่า ไออี ไฟร์ฟอกซ์ และซาฟารี เช่นเดียวกับทางบล็อกของมอซิลลาผู้สร้างโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์ ออกข่าวว่า โครมนั้นเร็วกว่าไฟร์ฟอกซ์รุ่นปัจจุบัน (3.0.1) แต่ไฟร์ฟอกซ์รุ่น 3.1 ที่จะออกมาจะเร็วกว่าโครม กูเกิล โครมยังพบปัญหาบางอย่างเช่น ตำแหน่งของลูกศรเมื่อทำการพิมพ์ อาจมีการผิดเพี้ยนไปบ้าง เมื่อทำการคัดลอกข้อความใดๆ ด้วยการทำแถบสี อาจจะประสบปัญหาไม่สามารถคัดลอกได้ทั้งประโยค เป็นต้น 














[9-ตุลาคม-2555] คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในตอนนี้ Google Chrome ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งเว็บบราวเซอร์ ที่กำลังเป็นที่นิยม สำหรับทั้ง ผู้ใช้บน PC หรือไม่เว้นแม้แต่ใน แท็บเล็ต เนื่องจากจุดเด่นในเรื่องของ ความเร็วในการโหลดเว็บเพจ และความสะดวกสบายในการใช้งาน นั่นเอง ซึ่งในวันนี้ ทีมงานได้มีการรวบรวมเอา เทคนิคการใช้งาน Google Chrome ที่น่าจะเป็นประโยชน์ สำหรับทั้ง มือใหม่ และ สำหรับบางท่านที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็น การดาวน์โหลด ส่วนเสริมต่างๆ (Extensions) หรือแม้แต่คีย์ลัด (สำหรับ PC) ที่จะช่วยให้เราใช้งานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย ลองมาดูกันครับว่า จะมีอะไรเด็ดๆ บ้าง


คีย์ลัด บน Google Chrome












ก่อนที่จะไปถึงเรื่อง ส่วนเสริม หรือฟังก์ชั่นเด็ดๆของ Google Chrome นั้น เรามาเริ่มกันที่เรื่องง่ายๆกันก่อน เริ่มกันที่ คีย์ลัด บน Google Chrome เชื่อได้ว่า หลายๆท่านอาจจะเคยใช้ คีย์ลัด ที่เป็นของระบบปฏิบัติการ Windows มาบ้าง อย่างน้อยก็ Copy Paste (Ctrl + C , Ctrl + V) ที่น่าจะถูกใช้บ่อยสุด ซึ่งแน่นอนครับว่า มันช่วยในเรื่องของความเร็วในการใช้งาน และ บน Google Chrome ก็เช่นกัน หากเราสามารถใช้คีย์ลัดเหล่านี้ได้คล่อง ก็น่าจะช่วยให้เราใช้งาน Google Chrome ได้ดียิ่งขึ้นแน่นอน

Ctrl + N : ใช้สำหรับ เปิดหน้าต่าง Google Chrome เพิ่มอีกหนึ่งอัน (Open New Window)
Ctrl + T : ใช้สำหรับ เปิด Tab ใหม่ ในหน้าต่างเดิม (Open New Tab)
Ctrl + Shift + N : เปิด หน้าต่าง Google Chrome เพิ่ม ในโหมด Incognito
Ctrl + Shift + T : เปิด Tab ที่เคยปิดไปล่าสุด สูงสุด 10 Tab
ALT + F หรือ ALT + E : เปิดเมนูบาร์ Google Chrome
Ctrl + Shift + B : เปิด / ปิด แถบ Bookmark
Ctrl + H : เปิดดู History
Ctrl + J : เปิดดูรายการดาวน์โหลด
Shift + ESC : เปิด Google Chrome Task Manager เพื่อดูว่าหน้าไหนที่ทำให้ระบบช้า และเลือกปิดได้


สำหรับ Incognito Mode นั้น คือ โหมดส่วนตัว ซึ่งข้อมูลเว็บไซต์ที่เราเข้าด้วยโหมดนี้ จะไม่ถูกเก็บลง History นั่นเอง และนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของจำนวน Shortcut ที่มีอยู่บน Google Chrome นะครับ และถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนเยอะจนไม่น่าจะจำได้ แต่ถ้าหากเราใช้บ่อยๆ ในทุกๆวัน ก็น่าจะชินไปเองครับ


เปลี่ยนไอคอน Google Chrome เป็น สีทอง (Gold Version)





สำหรับฟังก์ชั่นนี้ ไม่น่าจะช่วยเรื่องการใช้งานสักเท่าไหร่ เพียงแต่ อาจจะใช้เพิ่มความหรูให้กับผู้ใช้ได้บ้าง หรือจะเอาไว้โม้เพื่อนว่าเป็นเวอร์ชั่นพิเศษ Gold Edition ก็สามารถทำได้ ซึ่งจริงๆแล้ว เทคนิคนี้ เป็นเพียงแค่การเปลี่ยน Icon เป็นสีทอง ซึ่งเป็นไอค่อนที่ทาง Google ได้แนบมาไว้ให้อยู่แล้วครับ ซึ่งวิธีเปลี่ยนก็ง่ายๆ เลย เพียงแค่คลิกขวาที่ Icon Google Chrome แล้วเลือก Property หลังจากนั้นให้เลือก Change Icon ก็จะเห็น Icon ของ Google Chrome ที่เป็นสีทองมาให้เลือกกันแล้วล่ะ


Favicon บน แถบ Bookmark




เมื่อเราทำการ Bookmark หน้าเว็บใดๆก็ตาม หน้าที่เราดำเนินการล่าสุด จะถูกเพิ่มลงในแถบ Bookmark ซึ่งจะมี Icon ของเว็บเพจนั้นๆ และตามมาด้วยข้อความของเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่งถ้าหากเราต้องการที่จะทำให้ ข้อความเหล่านั้นหายไป เหลือเพียงแค่ Icon ของเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อประหยัดเนื้อที่ และยังสามารถ เพิ่มเว็บไซต์ในแถบ Bookmark ให้มีจำนวนมากยิ่งขึ้นได้ก็ทำวิธีนี้กันเลย

ซึ่งวิธีทำนั้นก็ไม่ยากเลยครับ ก่อนอื่น ต้องมั่นใจว่า แถบ Bookmark ได้เปิดไว้ หรือถ้าหากยังไม่ได้เปิด ก็ลองใช้คีย์ลัดที่เราเพิ่งได้อ่านผ่านมาก่อนหน้าดูได้เลย (Ctrl + Shift + B เพื่อเปิดแถบ Bookmark) หลังจากนั้น หากเรามี Bookmark ไว้อยู่แล้ว ให้ทำการคลิกขวาที่ Bookmark ที่เราต้องการจะลบข้อความออก แล้วเลือก Edit เมื่อกดแล้วเราจะเห็นหน้าต่างใหม่เพิ่มขึ้นมา โดยจะมีช่อง Name อยู่ ให้ทำการลบข้อความที่อยู่ในช่อง Name ออกให้หมด แล้วกด Save เพียงเท่านี้ แถบ Bookmark ดังกล่าว ก็จะเหลือแค่ Icon อย่างเดียวเท่านั้น


ตั้งค่าหน้า Home ได้ตามใจ


บราวซ์เซอร์ท่ัวไป อาจจะตั้งหน้า Home หรือหน้าแรก เมื่อเปิดบราวเซอร์ขึ้นมาได้แค่เพียงเว็บไซต์เดียว แต่ถ้าหากเรามีหน้าเว็บที่อยากตั้งเป็นหน้า Home มากกว่าหนึ่งล่ะ Google Chrome ช่วยคุณได้ ซึ่ง บน Google Chrome นั้นสามารถเพิ่มหน้า Home ได้มากกว่าหนึ่งหน้า ซึ่งเมื่อคุณเปิด บราวเซอร์ขึ้นมา ทุกเว็บที่คุณได้ต้ังค่าเอาไว้ จะถูกเปิดมาพร้อมๆกันในครั้งเดียว (แยก Tab) ซึ่งวิธีทำก็ไม่ยากเลยครับ เพียงแค่เราไปที่เมนู แล้วเลือก Setting หลังจากนั้นให้คลิกเลือกที่ Open a specific page or set of pages และเลือก Setpage ซึ่งในหน้า Setpage นี่เอง ที่เราสามารถเพิ่มเว็บไซต์ต่างๆได้ตามใจชอบ


แกล้งเพื่อนของคุณด้วย Fake Edit



นี่เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่จะแกล้งเพื่อนของคุณด้วยวิธีง่ายๆ ถ้าหากคุณสามารถแก้ไขข้อความต่างๆบนเว็บไซต์ชื่อดัง และ เซฟ Screenshot ไปให้เพื่อนดูได้ คิดว่าน่าสนุกขนาดไหน ยกตัวอย่างจากภาพด้านบน เป็นหน้าเว็บที่ถูกแก้ไขหัวข้อของข่าวเป็น บริษัท AMD ซื้อ Intel ด้วยราคา 35 ล้านเหรียญ ซึ่งจะเห็นว่า URL นั้นยังคงเป็น URL เดิม ไม่ต้องเหนื่อยมานั่งตัดต่อด้วย Photoshop อีกด้วย วิธีทำก็ง่ายๆเลยครับ เพียงแค่เราคลิ๊กขวาตรงส่วนไหนก็ตามที่เราอยากแก้ไข แล้วเลือก Inspect Element หลังจากนั้น Google Chrome จะเปิดหน้าต่างสำหรับ Developer ขึ้นมา และมาร์คจุดที่เราเลือกเมื่อสักครู่เอาไว้ ทีนี้ เราแค่ดับเบิ้ลคลิ๊กในส่วนที่อยากจะแก้ แล้วก็พิมข้อความไปได้ตามใจชอบเลยล่ะ


ความคุม Google Chrome ให้ได้ดั่งใจ



สำหรับ Google Chrome นั้นยังมีหน้าพิเศษ ที่ให้เราสามารถเปิดปิด ความสามารถของ Google Chrome ได้อีกด้วย ซึ่งหากเราลองพิมคำว่า chrome://flags/ ลงไปในช่อง Address ตัวบราวเซอร์เอง ก็จะพามายังหน้า ที่ให้คุณเลือก เปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆได้ตามใจชอบ แต่การเปิดปิด ฟังก์ชั่นต่างๆนั้นอาจจะต้องระวังกันสักนิดนึงนะครับเพราะอาจจะทำให้การเข้าเว็บไซต์ได้ไม่สมบูรณ์เหมือนเดิมนั่นเอง หรือจะลองพิมคำว่า chrome://memory เพื่อดูการใช้งาน Memory ของเครื่อง ว่าใช้ไปมากน้อยแค่ไหน และ chrome://about ในหน้านี้ จะรวมคำสั่งและคีย์ลัดต่างๆเพิ่มเติมอีกมากมาย


สร้าง Account ใหม่ สำหรับผู้ใช้งาน Google Chrome



หากคุณใช้งาน Google Chrome ร่วมกับคนอื่น อาจจะเจอปัญหาในเรื่องของ History ปนกับคนอื่น Bookmark หรือ แม้แต่พาสเวิร์ดที่เคยกรอกบนเว็บไซต์ต่างๆ แต่บน Google Chrome คุณสามารถแยก Account การใช้งานได้ โดยข้อมูลต่างๆจะถูกเก็บที่ Account นั้นๆ นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง User หรือ สลับการใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กด Ctrl + Shift + M ก็จะพบกับหน้าต่างสำหรับสลับ User หรือ สร้าง User ใหม่ทันที



วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 2

1.เว็บเบราเซอร์ (web browser) หมายถึงอะไร
ตอบ เว็บเบราว์เซอร์ (web browserเบราว์เซอร์ หรือ โปรแกรมดูเว็บ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ

2.การทำงานของเว็บเบราว์เซอร์
ตอบ 
กลไกการทำงานของเว็บเพจ
     สำหรับเว็บเพจธรรมดาที่โดยปกติมีนามสกุลของไฟล์เป็น htm หรือ html นั้น เมื่อเราใช้เว็บบราวเซอร์เปิดดูเว็บเพจใด เว็บเซิร์ฟเวอร์ก็จะส่งเว็บเพจนั้นกลับมายังบราวเซอร์ จากนั้นบราวเซอร์จะแสดงผลไปตามคำสั่งภาษา HTML (Hypertext Markup Language) ที่อยู่ในไฟล์
์    จะเห็นได้ว่าเว็บเพจดังรูปเป็นเว็บเพจที่มีลักษณะ static กล่าวคือ ผู้ใช้จะพบกับเว็บเพจหน้าตาเดิมๆ ทุกครั้งจนกว่าผู้ดูแลเว็บจะทำการปรับปรุงเว็บเพจนั้น นี่คือข้อจำกัดอันมีต้นเหตุมาจากภาษา HTML ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้อธิบายหน้าตาของเว็บเพจ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ HTML สามารถกำหนดให้เว็บเพจมีหน้าตาอย่างที่เราต้องการได้ แต่ไม่ช่วยให้เว็บเพจมี "ความฉลาด" ได้

3. ตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ มา 3 โปรแกรม
ตอบ 
1.Internet Explorer
2.Firefox
3.Google Chrome

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อิินเทอร์เน็ต (Internet)

อิินเทอร์เน็ต (Internet)

1.ความหมาย
ตอบ อินเทอร์เน็ต (Internet) นั้นย่อมาจากคำว่า International network หรือ Inter Connection network หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน โดยอาศัยเครือข่ายโทรคมนาคมเป็นตัวเชื่อมโยงด้วย TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เดียวกันเป็นข้อกำหนด เพื่อให้เกิดการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน วิธีการติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายด้วยโปรโตคอลนี้จะช่วยให้คอมพิวเตอร์ที่มีฮาร์ดแวร์ที่แตกต่างกันสามารถติดต่อถึงกันได้

2.ประวัติความเป็นมาของอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย
ตอบ  จุดที่เชื่อมกับระบบอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศนั้นมีชื่อเรียกว่า อินเตอร์เน็ต – เกตเวย์ (Internet Gateway) และสำหรับการต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตภายในประเทศนั้นจะมีหน่วยงานที่ให้บริการ(โดยไม่คิดค่าบริการ) การต่อเชื่อมของผู้ใช้ ซึ่งเรียกหน่วยงานนี้ว่า หน่วยงานให้บริการอินเตอร์เน็ตหรือ ISP (Internet Server Provider) โดยตัว ISP ก็จะสามารถติดต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ของตนเองเข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของ ISP ก็สามารถติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ บนระบบอินเตอร์เน็ตทั่วโลกได้ เราจะสามารถเห็นภาพโดยรวมของระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยได้


สำหรับในประเทศไทยเริ่มเชื่อมโยงกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2532 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) กับประเทศออสเตรเลียต่อมากระทรวงวิทยาศาสตร์ โดยการดำเนินการของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้จัดทำโครงการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างวิทยาลัยขึ้นหน่ายงาน ISP ที่จุฬาลงกรณ์ ซึ่งเรียกว่าเครือข่ายไทยเน็ต และที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งเรียกว่า เครือข่ายไทยสาร โดยทั้งสองแห่งให้บริการเฉพาะสภาบันการศึกษาและหน่วยงานราชการเท่านั้น ต่อมาความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้น การสื่อสารแห่งประเทศไทยซึ่งดูแลรับผิดชอบการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศโดยตรงก็ได้อนุมัติให้เอกชนเข้ามาดำเนินการให้บริการอินเตอร์เน็ตภายในประเทศแก่หน่วยงานเอกชนต่างๆ ขึ้น ซึ่งในช่วงนั้นมีด้วยสองแห่ง คือ การบิการของบริษัทอินเตอร์เน็ตไทยแลนด์(Internet Thailand) และบริษัทเคเอสซี โดยจะเชื่อมไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา
_____________________________________________________________________

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

งานคู่


                                          นายณัฐกิตติ์ ศิริชล ม.5/3 เลขที่ 22





                                          นายภูวเดช โพธิกุล ม.5/3 เลขที่ 23






Pug from Puvadech potikul
_____________________________________________________________________

PugDog


วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558

คำสั่งแทรกรูปภาพ


คำสั่งแทรกรูปภาพ


<html>
<head>
    <title>
          Insert Images : ตำแหน่งและเส้นขอบรูปภาพ
    </title>
</head>
<body>
    <div align="center">
ตำแหน่งและเส้นขอบรูปภาพ<br>
<img src="kerokero.gif" border="3">

</div>
</body>
</html>




                                     ตัวอย่างการแสดงผลจากคำสั่งด้านซ้ายมือ

                                               ตำแหน่งและเส้นขอบรูปภาพ




อ้างอิง
___________________________________________________________________

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

ใบงาน HTML


ใบงาน HTML

ให้สรุปคำสั่ง HTML มา 5 คำสั่ง

1.<CENTER> แสดงข้อความแบบจัดกึ่งกลาง

2.<BR> กำหนดจุดสิ้นสุดบรรทัด (ขึ้นบรรทัดใหม่)

3.<DT> แสดงส่วนคำสำคัญในรายการข้อมูลแบบให้คำนิยาม

4.<MARQUEE>.......</MARQUEE> แสดงข้อความแบบตัวอักษรวิ่ง

5.<B> แสดงข้อความแบบตัวหนา




_____________________________________________________________________


วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 6


ใบานที่ 6

1.หลักการเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร?

ตอบ
1. ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหา
2. กำหนดแผนในการแก้ปัญหา
3. เขียนโปรแกรมตามแผนที่กำหนด
4. ทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องของโปรแกรม
5. นำโปรแกรมที่ผ่านการทดสอบไปใช้งาน

2.โปรแกรมแปลภาษาคืออะไร?

ตอบ โปรแกรมแปลภาษาเป็นซอฟต์แวร์หรือชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่แปลงโค้ดโปรแกรม (Source Program) เป็นคำสั่งปฏิบัติการ (Object Program) เนื่องจากภาษาระดับต่ำและภาษาระดับสูงเป็นภาษาเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถรับรู้ได้ จำเป็นต้องมีชุดคำสั่งที่ใช้เป็นตัวแปลภาษาเครื่องเสียก่อนซึ่งโปรแกรมแปลภาษาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

2.1 ตัวแปลภาษาระดับต่ำ ภาษาระดับต่ำแม้ว่าจะเป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาเครื่องแต่ลักษณะของภาษานี้ใช้ตัวอักษรแทนชุดคำสั่งของเลขฐานสอง (0,1) ในภาษาเครื่อง จึงจำเป็นชุดคำสั่งที่ใช้แปลภาษาระดับต่ำให้เป็นภาษาเครื่อง ซึ่งชุดคำสั่งที่ใช้แปลภาษาระดับนี้ ได้แก่ โปรแกรมภาษาแอสเซมเบลอร์ ( Assembler ) ที่ใช้ตัวแปลที่มีชื่อว่า แอสเซทบลี (Assembly)

2.2 ตัวแปลภาษาระดับสูง ภาษาระดับสูงเป็นภาษาที่เขียนขึ้นมาเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน โดยมีรูปแบบคำสั่งที่มนุษย์อ่านและวามารถเข้าใจได้เพราะใช้อักขระในภาษาอังกฤษเป็นองค์ประกอบ แต่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถเข้าใจคำสั่งนั้นๆ จึงจำเป็นต้องมีชุดคำสั่งที่ใช้แปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องอีกที

3.ตัวอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่เขียนด้วยภาษาพิวเตอร์ 1 โปรแกรม(อาจจะเป็นรูปภาพ,code ฯลฯ)

ตอบ Notepad
อ้างอิง
_____________________________________________________________________

Code สี

Code สี HTML

http://www.yupparaj.ac.th/CAI/color/colorcode.html
__________________________________________________

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 5


                         ใบงานที่ 5                           

การเขียนผังงาน (flowchart)

1.ความหมาย

ตอบ เป็นผังงานที่แสดงถึงขั้นตอนการทางานภายในระบบหนึ่ง ๆ เพื่อให้เห็นโครงสร้างโดยภาพรวมของระบบ ซึ่งจะแสดงถึงความเกี่ยวข้องของส่วนที่สาคัญต่างๆ ในระบบนั้น เช่น เอกสารข้อมูลเบื้องต้น สื่อบันทึกข้อมูลที่ใช้ ข้อมูลจะส่งผ่านไปยังหน่วยงานใด มีกิจกรรมประมวลผลข้อมูลอะไรในหน่วยงานนั้น
แล้วจะส่งต่อไปหน่วยงานใด เป็นต้น ดังนั้นผังงานระบบอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูล สื่อหรือแหล่งบันทึกข้อมูล วัสดุปกรณ์ คน หรือฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละจุดจะประกอบไปด้วย
การนาข้อมูลเข้า วิธีการประมวลผล และการแสดงผลลัพธ์ (Input – Process - Output)


2.สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเขียนผังงาน
ตอบ 1. การกำหนดจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดโปรแกรม
โดยการเริ่มต้นผังงานจะใช้คาว่า Start และการสิ้นสุดจะใช้คาว่า Stop ซึ่งข้อความดังกล่าวจะอยู่ในสัญลักษณ์ ดังภาพ

2. การกำหนดค่าเริ่มต้นและการคำนวณ
ในการเขียนผังงานโปรแกรม จะมีการกาหนดค่าเริ่มต้น หรือ การกาหนดค่าคงที่ ให้กับข้อมูล รวมถึงจะมีการคานวณข้อมูลในรูปของสูตรสมการคณิตศาสตร์

3. การรับข้อมูลนาเข้า
เป็นการรับข้อมูลเข้าสู่โปรแกรม หรือข้อมูลที่ต้องป้อนให้คอมพิวเตอร์นาไปใช้ในการคำนวณ

4. การแสดงผลข้อมูล
 เป็นการนาข้อมูลที่ได้จากการกาหนดค่า หรือ การคานวณ หรือการประมวลผลใดใด มาแสดงผลออกทางอุปกรณ์ที่กาหนด จะเขียนข้อความแสดงผล หรือ Print ภายในสัญลักษณ์ ดังภาพ

5. การตรวจสอบเงื่อนไข
เป็นการเปรียบเทียบเพื่อตรวจสอบเงื่อนไข ซึ่งจะได้ผลลัพธ์จากการตรวจสอบเป็นตรรกะ จริงหรือเท็จอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

  6. จุดต่อและการเชื่อมโยงผังงาน
ในการเขียนผังงานอาจมีลาดับการทางานหลายขั้นตอน ต้องใช้กระดาษมากกว่า 1 แผ่น หรือมีจุดต่อหลายจุดในหน้าเดียวกันจึงจาเป็นต้องใช้สัญลักษณ์เชื่อมโยงผังงานดังกล่าวเพื่ออ้างอิงจุดเชื่อมต่อนั้นไปยังตาแหน่งที่มีชื่อหรืออักษรเดียวกัน

7.เส้นแสดงทิศทาง 
เป็นสัญลักษณ์แสดงทิศทางการทำงานของ Flowchart

8.การอธิบายผังงาน
เป็นสัญลักษณ์แสดงการอธิบายผังงาน เพิ่มเติมหรือเป็นการหมายเหตุ (Comment)
3.การเขียนผังงาน / ตัวอย่าง
ตอบ ผังงานการต้มบะหมี่สำาเร็จรูป ตัวอย่าง

อ้างอิง
__________________________________________________________________


วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 4


ใบงานที่ 4


ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้

1.การถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาด้วยอัลกอริทึม (การเขียนรหัสจำลอง) หมายถึงอะไร

ตอบ   อัลกอริทึม (Algorithm) คือ กระบวนการ การทำงานที่ใช้การตัดสินใจ โดยนำหลักเหตุผลและคณิตศาสตร์มาช่วยเลือกวิธีการหรือขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป จนกระทั่งถึงขั้นตอนสุดท้าย เป็นวิธีการที่ใช้แยกย่อยและเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการในการทำงานต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาและแก้ไขปัญหา

2.เครื่องมือที่ใช้ในการจำลองความคิด มีอะไรบ้าง

ตอบ 1. การจำลองความคิดเป็นข้อความหรือคำบรรยาย (Algorithm)

เป็นการเขียนเค้าโครงด้วยการบรรยายเป็นภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสารกัน เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนการทำงานของการแก้ปัญหาแต่ละตอน ในบางครั้งอาจใช้คำสั่งของภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมก็ได้


      2. การจำลองความคิดเป็นสัญลักษณ์หรือผังงาน (Flowchart)

สัญลักษณ์ คือ เครื่องหมายรูปแบบต่างๆ ซึ่งใช้สำหรับสื่อสารความหมายให้เข้าใจตรงกัน สถาบันมาตรฐานแห่งชาติอเมริกา ได้กำหนดสัญลักษณ์ไว้เป็นมาตรฐานแล้ว สามารถนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสมต่อไป

3.การเขียนรหัสจำลองทำอย่างไร?

ตอบ รหัสลำลองหรือ pseudocode เป็นคำบรรยายที่เขียนแสดงขั้นตอนวิธี(algorithm) ของการเขียนโปรแกรม โดยใช้ภาษาที่กะทัดรัด สื่อสารกับโปรแกรมเมอร์ผู้เขียนโปรแกรม โดยอาจใช้ภาษาที่ใช้ทั่วไปและอาจมีภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประกอบ แต่ไม่มีมาตรฐานแน่นอนในการเขียน pseudocode และไม่สามารถนำไปทำงานบนคอมพิวเตอร์โดยตรง(เพราะไม่ใช่คำสั่งในภาษาคอมพิวเตอร์) และไม่ขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง นิยมใช้ pseudocodeแสดง algorithm มากกว่าใช้ผังงาน เพราะผังงานอาจไม่แสดงรายละเอียดมากนักและใช้สัญลักษณ์ซึ่งทำให้ไม่สะดวกในการเขียน เช่นโปรแกรมใหญ่ ๆ มักจะประกอบด้วยคำสั่งต่างๆที่ใกล้เคียงกับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมจริงๆ เช่น begin…end, if…else, do…while, while, for, read และ print การเขียนรหัสจำลองจะต้องมีการวางแผนสำหรับการอ้างอิงถึงข้อมูลต่างๆที่จะใช้ในโปรแกรมด้วยการสร้างตัวแปร โดยใช้เครื่องหมายเท่ากับ (=) แทนการกำหนดค่าให้กำหนดตัวแปรนั้นๆ

อ้างอิง
_____________________________________________________________________

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 3

ใบงานที่ 3


กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ

1.ความหมายของกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ

คือ ขั้นตอนการแก้ปัญหาหรือตอบสนองต่อความต้องการซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทรัพยากรให้เป็นผลผลิตหรือผลลัพธ์ระบบเทคโนโลยีประกอบด้วยกระบวนการเทคโนโลยีก่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอย ตามที่มนุษย์ต้องการและเปลี่ยนแปลงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์เพราะมนุษย์มีความต้องการในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในการดำรงชีวิต

2.มีกี่ขั้นตอนอะไรบ้าง?

มี 6 ขั้นคือ 
1.การรวบรวมข้อมูล
วิธีการดำเนินการ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และบันทึกข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพื่อการประมวลผล
2.การตรวจสอบข้อมูล
ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลในลักษณะต่างๆ เช่น การตรวจสอบ เพื่อหาข้อผิดพลาด ความน่าเชื่อถือ ความสมเหตุสมผล เพื่อให้มีความมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ได้รับการรวบรวมและบันทึกไว้อย่างถูกต้อง
3.การประมวลผลข้อมูล
หมายถึง วิธีการดำเนินการกระทำข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ ข้อมูล การประมวลผลสารสนเทศข้อมูล
4.การจัดเก็บข้อมูล
การเก็บรักษาข้อมูลเพื่อการบริหาร โดยเก็บไว้ในรูปแบบต่างๆ
5.การคิดวิเคราะห์
ขั้นตอนการดำเนินการ เพื่อสรุปความสำคัญของข้อมูลสารสนเทศให้ตรงสภาพที่เป็นจริงตรงตามวัตถุประสงค์ก่อนที่จะนำข้อมูลมาใช้
6.การนำข้อมูลไปใช้
การนำข้อมูลไปใช้ในลักษณะต่างๆ

3.ประโยชน์ของการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยี

      1. ใช้ในการวางแผนการบริหาร
      2. ใช้ประกอบการตัดสินใจ
      3. ใช้ในการควบคุมสถานการณ์ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
      4. เพื่อให้การบริหารงานมีระบบ ลดความซ้ำซ้อน

อ้างอิง
       

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 2

ใบงานที่ 2

1.ภาษาคอมพิวเตอร์ หมายถึง

 ภาษาใดๆ ที่ผู้ใช้งานใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ด้วยกัน แล้วคอมพิวเตอร์สามารถทำงานตามคำสั่งนั้นได้ คำนี้มักใช้เรียกแทนภาษาโปรแกรม แต่ความเป็นจริงภาษาโปรแกรมคือส่วนหนึ่งของภาษาคอมพิวเตอร์เท่านั้น และมีภาษาอื่นๆ ที่เป็นภาษาคอมพิวเตอร์เช่นกัน

2.ภาษาคอมพิวเตอร์  มีกี่ระดับ  อะไรบ้ัาง

 1. ภาษาเบสิค (BASIC ย่อมาจาก Beginnig's All Purpose Symbolic Instruction Code) เป็นภาษาที่นิยมมากที่สุดภาษาหนึ่ง
2.ภาษาระดับกลาง (Medium Level Language) เป็นภาษาที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก เพราะมีลักษณะ เป็นภาษาแบบโครงสร้าง ทำความเข้าใจได้เหมือนกับภาษาระดับสูงแต่ทำงานได้รวดเร็ว
3.ภาษาระดับสูง (High Level Language) เป็นภาษาที่ทำความเข้าใจได้ง่าย มีลักษณะของ
การใช้คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษซึ่งใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากการสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานจะต้องมีการแปล
ความหมายของคำสั่งโดยใช้ตัวแปลภาษาทีละชุดคำสั่งที่เรียกว่า Interpreter

3.จงเขียนชื่อภาษาคอมพิวเตอร์ มา 5 ชื่อ

1.Fortran : ภาษาระดับสูงภาษาแรก เป็นภาษาโปรแกรมที่ใช้งานด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และด้านคณิตศาสตร์ ภาษาฟอร์เทนจะประกอบด้วยข้อความ คำสั่ง ทีละบรรทัด
2.Pascal : เป็นภาษาสำหรับการเรียนการสอนโดยเฉพาะ เป็นภาษาที่เขียนง่าย ใช้ถ้อยคำน้อย
3.Ada : ภาษามาตรฐาน ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย โปรแกรมเมอร์คนแรก คือ เคาต์ Add Lovelace เป็นภาษาที่ประสบความเร็จกับงานด้านธุรกิจ
4.LISP : เป็นภาษาที่ใช้เมื่อประมวลผลด้านสัญลักษณ์, อักขระ,หรือคำต่างๆ ซึ่งเป็นการได้ตอบระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์ ภาษานี้นิยมใช้เขียนโปรแกรมด้านปัญญาประดิษฐ์
5.Forth : เป็นภาษาสำหรับงานควบคุมแบบทันที เช่นการแนะนำกล้องดาราศาสตร์ และเป็นภาษาโปรแกรมที่มีความเร็วสูง
_____________________________________________________________________

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 1

จงตอบคำถามต่อไปนี้

 1.ภาษา HTML หมายถึงอะไร

ภาษาหลักที่ใช้ในการเขียนเว็บเพจ โดยใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผล 
HTML ย่อมาจากคำว่า Hypertext Markup Language โดย Hypertext หมายถึง ข้อความที่เชื่อมต่อกันผ่านลิ้ง (Hyperlink) Markup language หมายถึงภาษาที่ใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผลสิ่งต่างๆที่แสดงอยู่บนเว็บเพจ ดังนั้น HTML จึงหมายถึง ภาษาที่ใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผลเว็บเพจที่ต่างก็เชื่อมถึงกันใน Hyperspace ผ่าน Hyperlink


2.โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจด้วยภาษา HTML มีโปรแกรมใดบ้าง 
ยกตัวอย่างมา 2 โปรแกรม

1.โปรแกรม Text editor
       
       2.โปรแกรม Notepad
__________________________________________________

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

ประวัติส่วนตัว

สวัสดีครับผมชื่อ นายณัฐกิตติ์ ศิริชล

ชื่อเล่น ณัฐ

อายุ 16 ปี

กำลังศึกษาในระดับชั้น ม.5

กีฬาที่ชอบคือ กีฬาฟุตบอล

งานอดิเรกคือ การเล่นดนตรี และดูการ์ตูน

คติประจำใจ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อวันข้างหน้าที่สวยงาม